ลงขาย
เข้าสู่ระบบ

9 วิธีดู รถมือสอง เช็คอย่างโปรทำกันยังไง

ผู้เขียน: Thospon

ข่าวสาร, สาระน่ารู้

13 ก.ย. 64

9 วิธีดู รถมือสอง เช็คอย่างโปรทำกันยังไง

รถมือสอง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการตัดสินใจซื้อรถสักคัน เมื่อรถใหม่ป้ายแดงอาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่สำหรับทุกคน โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของราคา แต่การจะถอยรถมือสองออกไปขับนั้นมือใหม่หัดถอยรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง รถเคยถูกชนหนักมาหรือไม่ รถเคยเจอน้ำท่วมมาก่อนหรือไม่ เปลี่ยนมือมาแล้วกี่คน และอีกมากมาย   

รถมือสอง คือคำตอบ? เช็คความต้องการ เราอยากได้จริงหรือไม่

สำหรับคนที่ต้องการจะซื้อ รถมือสอง เกือบทั้งหมดเริ่มจากเรื่องของ ราคา ทั้งนั้น เมื่อสู้ราคามือหนึ่งไม่ไหว รถมือสองจึงเป็นทางเลือกสำหรับเรา นอกจากนั้นคือเราต้องการรถรุ่นนั้นจริงๆด้วยรสนิยมส่วนตัว แต่รถรุ่นนั้นไม่มีขายในโชว์รูมอีกแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นพวกรถคลาสสิค หรือ รถที่มีการนำไปแต่งกันในกลุ่มรถแต่งซึ่งหาไม่ได้อีกแล้ว 

วิธีดูรถมือสอง

ดังนั้นเราควรรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวเองเสียก่อนว่าจะนำรถไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ในการพิจารณาการเลือกซื้อรถมือสองมาใช้นั้น มีหลักการขั้นต้นประมาณนี้

ควรดูว่ารถที่เราจะขับเป็นรถยี่ห้ออะไร ลองหาข้อมูลดูว่ามีศูนย์ให้บริการอยู่หรือไม่ ราคาอะไหล่ของรถมีราคาถูกหรือราคาแพง และสามารถหาซื้อได้ง่ายหรือไม่ เพราะรถมือสองอาจต้องมีการซ่อมแซมหลังจากที่ซื้อรถมาไม่มากก็น้อย ในกรณีถ้าเป็นรถทางฝั่งค่ายยุโรปในประเทศไทยอาจจะมีปัญหาเรื่องการหาอะไหล่รถในราคาที่ถูกได้ยาก ซึ่งมีผู้นำเข้าค่อนข้างจำกัดหรืออาจต้องรออะไหล่รถเป็นเวลานาน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถดูได้จากความนิยมการใช้กันแพร่หลาย หรือที่เราเรียกว่า รถตลาด ถ้ารถมีความนิยมใช้มากสิ่งที่ตามมาคือก็จะมีคนขายอะไหล่มากขึ้น ทำให้อะไหล่ก็หาได้ง่าย และมีราคาที่ถูก

ต่อมาคือเรื่องของปีที่ผลิตรถว่ารถเก่าไปไหม บางคนชอบรถรุ่นเก่าเพราะซ่อมง่ายมีแต่ระบบที่เป็นกลไกมากกว่าระบบไฟฟ้า ดูเลขกิโลเมตรกับปีของรถว่าเหมาะสมกันไหม และอีกปัจจัยที่อาจจะรองลงไปสักหน่ยอ คือถ้าเราต้องการขายรถต่อยังพอได้ราคาอยู่หรือเปล่า ซึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อรถมือสองนั้นมีมากมายหลายประการ ซึ่งทางเราได้รวบรวมมาให้ดังนี้

9 ขั้นตอนเช็ค รถมือสอง ก่อนตัดสินใจ

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ขั้นตอนที่แนะนำนี้เป็นวิธีการที่คนทั่วไปก็สามารถตรวจเช็คเองได้ ซึ่งจริงๆแล้วยังมีอีกหลายวิธีสำหรับการตรวจสอบ แต่จำเป็นต้องใช้ทักษะ ความชำนาญ รวมไปถึงเครื่องมือสำหรับทำงานอีกด้วย ส่วนการตรวจรถนั้นแนะนำว่าควรตกลงกับผู้ขายให้เรียบร้อยก่อนเพื่อขอตรวจสอบตามจุดต่างๆก่อนตกลงปลงใจซื้อรถกัน ถ้าผู้ขายโอเคแล้ว เราก็มาเริ่มกันเลย

1. การตรวจเช็คสภาพภายนอกรถ  

เริ่มต้นจากการดูตัวถังภายนอกของรถและการดูสีของรถ ในส่วนของการดูสีของรถนั้นควรดูในที่สว่างๆ แต่ไม่ใช่กลางแดดจัดๆ  มีแสงสว่างพอสมควรซึ่งตามเต๊นท์ใหญ่ๆหลายๆแห่งมักจะเตรียมไฟนีออนไว้ให้ ส่วนหลักในการดูรถเริ่มต้นจาก

  • ยืนในตำแหน่งหน้ารถ แล้วนั่งมองลงในระดับฝากระโปรงรถด้านหน้าทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ดูเส้นขอบตรงหน้ารถไปจนถึงท้ายที่เป็นเส้นตรงว่ารอยหรือเส้นขอบ ต่างๆ ผิดเพี้ยนหรือไม่ถ้าดูแล้วมีรอยยุบของเส้นขอบต่างๆ ที่ไม่ต่อเนื่องสันนิษฐานได้ว่ารถคันนี้ได้มีการทำสีมาแล้ว
  • เดินดูรอบๆรถโดยดูเส้นขอบของประตูรถเป็นแนวเดียวกันหรือไม่มีรอยโค้ง รอยนูนหรือเว้าหรือไม่ โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ๆ ผู้ผลิตมักจะทำรายริ้วตามตัวถังรถซึ่งถ้ามีร่องรอยชนมา การซ่อมต้องใช้ฝีมือสูงมาก ในการทำกลับมาให้ใกล้เคียงของเดิม
  • ดูช่องว่างระหว่างประตูกับวงกบแต่ละบาน
  • ดูตัวถังว่ามีการโป๊วสีมาหรือไม่ โดยการใช้นิ้วดีดหรือเคาะเบาๆเพื่อทำการฟังเสียง ตัวรถบริเวณที่มีเสียงทึบมีโอกาสเป็นไปได้ว่ารถได้มีการทำสีมาก่อน เสียงที่ดีต้องเป็นเสียงป๊อกๆ ถือว่าใช้ได้ แต่ก่อนเคาะขออนุญาตเจ้าของรถก่อนนะครับ 
  • ดูผิวของสีรถว่าเรียบเป็นปกติเหมือนกันทั้งคันหรือไม่ เช่น ผิวสีรถที่มีรอยนูนหรือเว้า หรือลักษณะของสีที่แตกต่างกัน

 2. การดูภายในห้องเครื่องยนต์

  •  ดูที่คานหน้าหม้อน้ำ ทั้งด้านบนและล่าง รูน๊อตยึดต่างๆ กลมเป็นปกติหรือไม่ 
  •  ดูสภาพของสีกลมกลืนทั้งห้องเครื่องยนต์หรือไม่ ถ้าสีเหมือนกันแต่พ่นใหม่อาจจะมีการยกเครื่องออกมา เพื่อทำการซ่อมตัวถังหรือซ่อมเครื่องยนต์
  • สังเกตสติ๊กเกอร์ NAME PLATE ว่ามีหรือไม่ สภาพเป็นปกติหรือไม่
  • ดูร่องน้ำไหล ทั้งซ้ายและขวา ว่ามีรอยบุบหรือคดบ้างหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะบ่งบอกถึงการเกิดอุบัติเหตุหรือเพียงแค่ทำสีใหม่เท่านั้นซึ่งมีความจำเป็นต้องดูให้ดี

3. การดูเครื่องยนต์

  •   ดูคราบหรือร่องรอยของการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง 
  •   ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก คลัทช์ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ สีต้องเป็นปกติและสะอาด
  •   ดูระดับน้ำยาหล่อเย็น จะต้องอยู่ในระดับที่กำหนด 
  •   ดูระดับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ สีและกลิ่นของน้ำมัน 
  •   ดูระดับน้ำมันเครื่องจะต้องอยู่ในระดับที่กำหนด สีและกลิ่นต้องอยู่ในสภาพที่ดี
  •   ดูสภาพของสายพานต่างๆ จะต้องไม่แตกร้าว และความตึงเหมาะสม 
  •   ตรวจหม้อน้ำ ฝาหม้อน้ำจะต้องไม่รั่วและมีน้ำอยู่ในระดับที่เหมาะสม
  •   ดูสภาพของสายไฟในห้องเครื่อง จะต้องจัดเก็บเรียบร้อย
  •   ดูปีผลิตแบตเตอร์รี่ สภาพจะต้องไม่บวม ขั้วแบตเตอร์รี่อยู่ในสภาพดีไม่มีคราบเกลือมากเกินไป
  •   ติดเครื่องรถเพื่อฟังเสียงของเครื่องยนต์ว่าผิดปกติหรือไม่
  •   เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วลองเหยียบคันเร่งในขณะเกียร์ว่างสังเกตว่าเสียงเครื่องยนต์นั้นผิดปกติหรือไม่ และเครื่องยนต์เดินเรียบหรือเปล่า
  •  เดินไปท้ายรถสังเกตุควันที่ออกจากท่อไอเสีย จะต้องไม่ขาวและดำ ถ้าผิดปกติแสดงว่าเครื่องยนต์ทำงานบกพร่องบางประการ
วิธีเช็คน้ำมันเครื่อง

 4. ดูห้องโดยสาร

  • แผงหน้าปัดรถให้ดูไฟเตือนต่างๆ ขณะเปิดสวิทซ์กุญแจ ต่อจากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์ ไฟสถานะเตือนต่างๆ จะต้องดับลง
  • ดูระบบเครื่องเสียงใช้งานได้ตามปกติหรือไม่
  • ดูระบบปรับอากาศ อุณหภูมิของลม ลองปรับตั้งโหมดต่างๆทำงานได้ดีหรือเปล่า
  • ไฟส่องสว่างภายในรถ เช็คสัญญาณไฟเลี้ยว ไฟสูง ว่าติดที่หน้าปัดรถหรือไม่ขณะทำการเปิดใช้
  • เลื่อนตรวจดูกระจกหน้าต่างทุกบานปิด/เปิดได้หรือไม่
  • เบาะนั่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้เป็นปกติ สามารถทำการปรับตั้งเบาะได้หรือไม่

 5. ดูห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ

  •   ดูรอยตะเข็บต่างๆ รอยเชื่อม จะต้องไม่ผิดเพี้ยนจากจุดใกล้เคียง
  •   ดูร่องรอยของการทำสี ว่ามีสีที่ดูใหม่กว่าจุดอื่นหรือไม่
  •   ดูรางน้ำฝากระโปรง ต้องไม่เสียรูป

หมายเหตุ:  ถ้าเป็นในส่วนของรถเก๋งควรเปิดพรมท้ายรถดูว่ามี เครื่องมือ, ยางอะไหล่อยู่หรือเปล่า และตรวจดูว่ามีน้ำขังอยู่หรือไม่ ถ้ามีอาจเกิดจากการรั่วของรอยตะเข็บบริเวณรางน้ำของฝากระโปรงท้ายได้

 6. ตรวจสอบช่วงล่าง

  •  กดรถทางด้านหน้าและหลัง เพื่อดูการทำงานของสปริงจะต้องไม่แข็งและเด้งเร็วเกินไป และใช้ไฟฉายส่องดูว่ามีคราบน้ำมันบริเวณโช๊คอัพหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าน่าจะมีอาการโช๊ครั่ว
  •  ดูยางทั้ง 4 เส้นว่าสภาพของดอกยางมีการสึกหรอสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าไม่สม่ำเสมอแสดงว่าช่วงล่างและศุนย์ล้อน่าจะมีปัญหาสังเกตยางมีการปริแตก หรือฉีกขาดหรือเปล่า ยางยี่ห้อเดียวกันและรุ่นเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ เพราะยางแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น จะมีการออกแบบมาใช้งาน และการบรรทุกจะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับการผลิตของยางยี่ห้อนั้นๆ ถ้าใช้ยางผิดประเภทจะทำให้เกิดอันตรายได้ 
  • ระยะฟรีพวงมาลัยจะต้องมีเล็กน้อย ถ้ามากเกินไปเป็นไปได้ว่า ลูกหมากจะมีปัญหา
  • ถ้าสามารถทำการตรวจสอบใต้ท้องรถได้ ให้ดูว่ามีการผุกร่อนของตัวถังบริเวณใต้ท้องหรือไม่ แซสซีส์ต้องตรงไม่การ บิดเบี้ยว ผุ หรือทีรอยเชื่อมที่เกิดจากการหักของแซสซีส์
ลูกหมากเสื่อม

 7. การทดสอบโดยการขับขี่

การทดสอบที่ดีที่สุดของการซื้อรถมือสองนั่นก็คือการขับขี่จริง จะทำให้เรารู้จักรถคันนั้นได้ดีที่สุด

  •  ทดสอบระบบต่างๆ ว่าทำงานได้ดีหรือไม่ ขณะทำการวิ่งทดสอบว่ามีเสียงดังเกิดจากช่วงล่างหรือไม่
  •   ขณะทำการเร่งเครื่องยนต์ มีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ 
  •   ขณะรถวิ่งมีเสียงเข้ามาในห้องโดยสารมากน้อยเพียงใด
  •   เวลารถวิ่งด้วยความเร็วสูงรถต้องเกาะถนนที่ดีพอ และต้องไม่มีอาการส่ายหรือโครงไปมา
  •   ทดลองเลี้ยวซ้ายและขวาดูว่าช่วงล่างเกิดเสียงดังหรือไม่
  •   การทำงานของเบรกระบบ ABS ทำงานเป็นปกติหรือไม่
  •   ทดสอบศูนย์ของรถขณะรถวิ่ง ว่าดึงไปมาข้างหนึ่งข้างใดหรือไม่ และพวงมาลัยตรงพอดีหรือไม่
  •   คอมเพรสเซอร์แอร์ขณะขับขี่มีเสียงดังเป็นปกติหรือไม่
  •   หลังจากทดสอบขับแล้วให้ติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่ เพื่อดูความผิดปกติอีกครั้ง

   8. รถมือสอง ก็ต้องดูเอกสารเล่มทะเบียนรถยนต์

เราจะรู้ประวัติของรถยนต์เบื้องต้นได้โดยการตรวจสอบดูจากเล่มทะเบียนรถยนต์ จะทำให้ทราบว่ารถคันนี้ผ่านการใช้งานมาแล้วกี่ราย มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์และสีของรถยนต์หรือเปล่า การเลือกซื้อรถที่ผ่านการใช้งานมามือเดียว หรือจากเจ้าของคนเดียว จะช่วยให้เราสามารถซักถามประวัติการใช้รถได้ เอกสารที่ควรใส่ใจมากที่สุด คือสมุดจดทะเบียนไม่ควรมีการแก้ไขโดยไม่มีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ขนส่งเซ็นกำกับ หากสมุดจดทะเบียนมีข้อน่าสงสัยไม่ควรทำการซื้อขายรถคันดังกล่าว   เพราะในการซื้อรถมือสองก็ต้องดูตามสภาพความเป็นจริงว่าสภาพรถในขนาดนี้ ราคาก็น่าจะอยู่ประมาณนี้ เพราะถ้าจะเอารถมือสองคุณภาพเทียบเท่ารถใหม่ จะให้ราคาถูกก็คงหาได้ยากหรือหาไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นควรคิดไว้เสมอว่าของถูกและดีไม่มีเสมอไป ควรเลือกแบบที่เหมาะสมกับราคาตามสภาพรถ และวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

9. เลือกซื้อ รถมือสอง กับผู้ขายที่ไว้ใจได้

อ่านมาถึงตรงนี้เริ่มรู้สึกว่า มีจุดให้เช็คเต็มไปหมดเลย ซึ่งทางลัดอย่างหนึ่งคือการเลือกซื้อกับผู้ขายที่ไว้ใจได้ วิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาไปได้มากในการเลือกซื้อ คือเรายังต้องตรวจเหมือนเดิม แต่ผู้ขายมืออาชีพจะช่วยเราประหยัดเวลาได้มาก ทั้งเรื่องของความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้

ถ้าเป็นในการซื้อขายออนไลน์นั้นยังมีเรื่องของการยืนยันตัวตนอีกด้วย ว่ารถคนนั้นมีจริง เจ้าของมีจริง ซึ่งใน Truck2Hand จะมีการให้ผู้ขายยืนยันตัวตนก่อนเสมอถึงจะได้รับเครื่องหมายการยืนยันตัวตนแล้ว หากผู้ขายคนไหนยศเยอะๆแบบนี้ เราวางใจได้ระดับนึงเลย เพราะผู้ขายได้ผ่านการตรวจสอบประวัติมาเรียบร้อยแ้ว

ส่วนใครที่ตามหารถบานที่เจ้าของขายเอง ไม่ผ่านคนกลาง เราขอแนะนำให้สังเกต สัญลักษณ์ รถบ้าน ซึ่งเป็นรถที่มาการยืนยันว่าคนขายและเจ้าของรถคือคนเดียวกันแน่นอน

ดู รถบ้าน ทั้งหมดได้ที่นี่

รถบ้าน

สุดท้ายนี้เมื่อคุณตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้อรถบ้านหรือรถเต็นท์ สิ่งที่ขาดไม่ได้และควรทำมากที่สุดนั่นก็คือเรื่องของการตรวจสอบสภาพรถแบบละเอียด ที่ไม่ใช่แค่ดูผ่าน ๆ แต่ควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วย มีเอกสารยืนยัน ตรวจเช็กลงลึก ทดสอบให้ละเอียดทั้งสภาพรถโดยรวมและตอนขับขี่ใช้งาน เพื่อให้มั่นใจที่สุดว่าคุณจะได้รถในสถาพที่ดีเหมาะสมกับราคา ซึ่งคุณสามารถค้นหารถและเลือกซื้อรถได้ในเว็บ Truck2Hand

ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก
https://carmana.com/
https://mgronline.com

แชร์

หมวดหมู่